
คำฮิตของวัยรุ่นไทยในพ.ศ.นี้ คงจะหนีไม่พ้นคำว่า “แอ๊บแบ๊ว” อย่างแน่นอน แต่เมื่อฟังแล้ว เราเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า แอ๊บแบ๊วคืออะไร ทำไมต้องแอ๊บแบ๊ว
|
แอ๊บแบ๊ว คือ คำวิเศษณ์คำหนึ่ง ซึ่งเป็นคำติดปากของวัยรุ่นไทย ซึ่งมีหลักการปฏิบัติง่ายๆ4ประการคือ 1. ทำตากลมโต ดูบ๊องแบ๊วตลอดเวลา 2. เวลาถ่ายรูป ให้ก้ม45 ํ ทำแก้มป่องๆ อาจชู2นิ้วประกอบเพื่อเสริมความแบ๊ว 3. พูดไม่ค่อยชัด ใช้ศัพท์แปลกๆในการสนทนา ลองอ่านตัวอย่างคำสนทนาจากเด็กแบ๊ว2คนคุยกัน แบ๊ว1: ตะเอง วันนี้นะ คะปะเซ็นปิ่นมา เจอเพ่กัสโด้ยแหละ แบ๊ว2: น่ารักชิมิล่ะ เพ่กัสของเค้า เออ...มะวานคะเดินชนเลโอโด้ยแหละ อายมั่กมาก แบ๊ว1: เหยอ ละตะเองเดินยังไงแน่ะ โก๊ะจิงๆเรย ไปกิงข้าวกันดีก่า คะหิวง่ะ
4. ใช้คำแปลกๆที่ไม่อาจหาความหมายจากพจนานุกรมเวลาแชท ตัวอย่าง(อีกแล้วหรอ -_-”) Guy says: ทำไรอยู่อ่ะคับ Gal says: งุงิ เล่งเกมคร่า 555+ Guy says: เหรอคับ เออ แล้วพุ่งนี้ไปไหนป่ะคับ Gal says: อืม...เด๋วขอดูคิวงานก่องนะค๊ะ พุ่งนี้ต้องไปดินหยามกะอิ๋ว ตอนบ่ายปายเดินเล่นที่เซ็นปิ่นกะแนท ตอนเย็นต้องไปตลาดเป็นเป็นเพื่อนหม่ามี้อ่ะค๊ะ มะว่างเจงๆ Guy says: -_- (โคตรจะมีสาระเลยแต่ละอย่าง) อ่อ...คับไม่เป็นไรคับ ไม่ก่อนนะคับ บาย Gal says: คร่า~~ บั๊บบายคร่า ^_^/ |
จากที่กล่าวมาแล้ว การแอ๊บแบ๊ว คือ การทำตัวให้บ๊องแบ๊วน่ารัก น่าเอ็นดู (บางทีก็น่าหมั่นไส้สำหรับบางคน) เกินปกติ คาดว่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า “ดัดจริต” พิสูจน์ได้จากบทละครเวที เรื่องลูกคุณหลวง ที่ หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ได้ประพันธ์เอาไว้ ซึ่งตัวละครของเรื่องนี้ มีลักษณะถูกต้องตามตำราแอ๊บแบ๊วศึกษา ทุกประการ แต่เนื่องจากคำว่า “ดัดจริต” มักเป็นคำที่ใช้ในการประชดประชัดเสียมากกว่า จึงมีการใช้คำว่าแอ๊บแบ๊วแทน (ฟังดูเหมือนน่ารักเนอะ)
เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนก็มีข่าวว่าจะให้คำๆนี้ บัญญัติลงในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งนั่นก็ทำให้มีใครหลายๆคนออกมาโต้แย้งในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก บ้างก็ให้เหตุผลว่า จะทำให้ภาษาวิบัติ บ้างก็บอกว่า คำว่าแอ๊บแบ๊ว เป็นคำแสลง ไม่ควรบัญญัติลงในพจนานุกรม ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าควรจะบัญญัติดีหรือเปล่า เพราะไม่ว่าจะบัญญัติหรือไม่ ภาษาไทยก็ยังคงเป็นภาษาไทย และไม่นานคำๆนี้ก็คงจะหายไปเอง เหมือนกับศัพท์เก่าๆในรุ่นพ่อแม่ของเรา ที่จะต้องเลือนหายไปบ้างตามกาลเวลา
จากความคิดส่วนตัว ในตอนแรกได้คิดว่า คำว่า แอ๊บแบ๊ว มาจากคำว่า Apply ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่า การใช้ แบ๊ว มาจากคำว่าบ๊องแบ๊ว ซึ่งหมายถึงการกระทำที่ดูน่ารัก ไร้เดียงสา รวมกันคือ การใช้การกระทำที่ดูน่ารัก ไร้เดียงสา (แม้ว่ามันจะดูไม่ได้ในบางคราวก็ตาม) แต่เมื่อหนังสือพิมพ์ได้ตีพิมพ์ในเรื่องของคำนี้ ได้อ้างอิงไร้สาระนุกรมเสรี uncyclopedia (ชื่อเว็บไซต์ไร้สาระนุกรมจริงๆแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้อ้างอิงว่าเป็นสารานุกรมเสรี) ว่ามาจากรากศัพท์คำว่าAbnormalผสมกับบ๊องแบ๊ว ในเรื่องของเนื้อหาเพิ่มเติมนั้น ไม่ขอนำมาอ้างอิง เพราะได้มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับอ้างอิงไปมากแล้ว สามารถหาอ่านจากหนังสือพิมพ์ในช่วงวันที่21-22 ก.ค.2550และถ้าคุณไม่สามารถหาได้ ขอให้ลองเปิดเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์แล้วค้นหาดู
ถ้าคุณคิดว่าหนังสือพิมพ์ได้เขียนข่าวอย่างดีแล้ว ขอให้คุณอ่านให้ครบทุกฉบับและประมวลความคิดว่า คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับคำว่า “แอ๊บแบ๊ว” แต่ขอแนะนำว่า ให้คุณลองค้นหาเว็บไซต์ของไร้สาระนุกรมเสรี แล้วลองอ่านในบทความของคำว่าแอ๊บแบ๊วที่เป็นต้นฉบับจริงๆหลังจากที่คุณอ่านบทความของหนังสือพิมพ์ถ้าจะให้ดีกรุณาอ่านให้ครบทั้งหน้า หลังจากนั้นให้คุณลองประมวลความคิดอีกสักครั้งหนึ่ง ความคิดของคุณอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเลยทีเดียว




แอ๊บแบ๊วน
แอ๊บแบ๊วนี่ติดหนึ่งใน 3 ของเนื้อหาที่มีคนอ่านเยอะที่สุดนะเนี่ย edible
ชอบเนื้อห
ชอบเนื้อหาเรื่องนี้มาก ^^
อยากแบ๊บเ
อยากแบ๊บเยย ใคก๊ได้ สองหน่อย แอ๊บแบ๊วไม่เป็น - -" *.* -*- T T (ถ้ามายังนี้โดนถีบจังๆ) 555+
"ปัจจุบันค
"ปัจจุบันคอนแทกเลนส์ที่ใช้ในการเสริมความงามไม่ได้เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ แต่ อย.เห็นว่าลักษณะการใช้อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้เช่นเดียวหรือมากกว่าคอนแทกเลนส์ที่มีกำลังวัดสายตาที่ใช้สำหรับคนสายตาผิดปกติ จึงควรประกาศให้เป็นเครื่องมือแพทย์เพื่อให้ อย.เข้าไปควบคุมดูแลได้อย่างเข้มข้นขึ้น 642-661 exam โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นสีที่นำมาผสมในคอนแทกเลนส์เป็นสีชนิดใด อันตรายแค่ไหนอย่างไร และผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานหรือไม่ เพราะขณะนี้มีการลักลอบนำเข้ามาขายจำนวนมากและเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มวัยรุ่น การใช้คอนแทกเลนส์ควรใส่ตามที่แพทย์สั่ง เนื่องจากต้องคำนึงถึงความโค้งของคอนแทกเลนส์และดวงตาด้วย หากความโค้งไม่เหมาะสมจะทำให้บีบตา นานๆ ไปอาจทำให้ตาเป็นแผลได้" นพ.พงศ์พันธ์กล่าว 642-105 exam
กานแอ๊บแบ
กานแอ๊บแบ๊ว คือ คนทิ๊ชอบ ดัด จริต ตอ แหล แรสสส
แสดงความคิดเห็น